บทที่ 11 เด็กกะโปโล

“หลานสาวคุณย่าฉายค่ะ”

“แล้วเอ๋ยตอบไปว่ายังไงลูก” พยนต์ถามหลานสาวอย่างอ่อนโยนแล้วลูบศีรษะเบาๆ

“เอ๋ยก็แล้วแต่คุณย่าค่ะ”

“ตารู้ว่าคุณมนหวังดีกับเอ๋ย ท่านต้องมั่นใจแล้วว่าจะฝากเอ๋ยไว้ได้ถึงได้ตัดสินใจแบบนี้” เขาไม่มีอะไรจะให้หลานนอกจากความรักและความหวังดีแต่ถ้าลิปการ์ได้แต่งงานกับหลานคุณหญิงฉายก็ดีเหมือนกันอย่างน้อยก็ได้เป็นเมียแต่งแต่ออนาคตไม่มีใครรู้ได้หลานสาวของเธออาจจะเจอผู้ชายที่ดีและรักใคร่อยู่ด้วยกันจนแก่เฒ่าก็ได้แต่ถ้าไม่มีโชคเรื่องคู่ครองก็ยังมีเขากับภรรยาและย่าอ้าแขนรับตลอดเวลา

“ถ้าไม่ไหวก็อย่าเปิดประตูคนเดียวนะหนูเดี๋ยวประตูล้มทับ” ชายหนุ่มพูดด้วยความหวังดีกับเด็กของคุณย่ามนแม้จะติดใจดวงตากลมโตที่มองเขาอย่างระแวดระวังตื่นตระหนกแต่ไม่ได้สนใจคิดว่าเด็กคงจะกลัวเขา

“ขอบคุณค่ะ เชิญค่ะ” เสียงหวานใสขอบคุณเขาเบาๆและเชิญเขาเข้าบ้าน

คีรีภัทรเดินกลับไปขึ้นรถแล้วขับเข้าไปจอดที่โรงรถข้างบ้านที่มีรถคันเล็กจอดอยู่เพราะมีหลังคาและเขาต้องค้างที่นี่จะได้ไม่ต้องขยับรถพอลงรถก็เห็นร่างเล็กพยายามดึงประตูก็อดขำไม่ได้แต่ไม่ไปช่วยเพราะเธอปิดประตูได้สำเร็จจึงหยิบกระเป๋าเสื้อผ้าเดินเข้าไปในบ้านหลังใหญ่ที่เขาไม่ได้มานานแล้ว

“สวัสดีครับคุณย่ามน” คีรีภัทรเห็นคุณย่ามนนั่งอยู่ในห้องรับแขกก็เดินเข้าไปสวัสดีท่าน

“พ่อคีย์มาแล้วเหรอลูก สวัสดีจ้ะมาๆนั่งให้หายเหนื่อยก่อนเดี๋ยวย่าบอกแม่น้อมเอาน้ำเย็นมาให้ก่อนนะลูก” คุณสิรามนรับไหว้หลานชายเพื่อนที่บอกว่าจะมาถึงประมาณเที่ยง

“ขอบคุณครับคุณย่ามน” คีรีภัทรไม่ขัดใจคนแก่เพราะท่านทำให้ด้วความเต็มใจและหวังดีแล้วคุณย่าของเขาถึงได้ขอเขาให้แต่งงานท่านรู้ว่าเขาไม่ขัดใจท่านแม้ปากจะปฏิเสธแต่สุดท้ายเขาก็ใจอ่อนอยู่ดีแล้วมองไปรอบห้องรับแขกที่สะอาดสะอ้านแม้ภายนอกจะทรุดโทรมและคิดว่าแถวนี้หากทำโรงแรมอาจจะไม่รุ่งเท่าไหร่เพราะอยู่นอกเมืองแต่ใกล้มหาวิทยาลัยดังแต่ทำรีสอร์ทก็น่าจะไปได้เพราะที่ดินของคุณย่ามนติดแม่น้ำน่าน

“อ้าวแม่น้อมมาพอดี”

“น้ำเย็นค่ะคุณคีย์” นางน้อมยกน้ำออกมารับแขกก่อนคุณสิรามนเข้าไปตามเพราะหลานสาวบอกเธอ

“ขอบคุณครับคุณยายน้อม ” คีรีภัทรยกมือไหว้ขอบคุณนางน้อมเขาจำได้ว่าเป็นยายของว่าที่ภรรยา

“หิวหรือยังจ้ะพ่อคีย์ ย่าว่าทานอาหารกลางวันกันก่อนดีกว่านะพ่อคีย์ แล้วแม่เอ๋ยล่ะไปไหนแม่น้อม” คุณสิรมนถามหาหลานสาวที่ทำความสะอาดห้องเสร็จก็หายเข้าไปในสวน

“เอ๋ยเข้าสวนมาจนมอมแมมฉันก็เลยไล่ไปอาบน้ำค่ะ คุณมนกับคุณคีย์ทานอาหารกลางวันก่อนเลยค่ะ” นางน้อมตอบเจ้านายเพราะหลานสาวเข้าสวนมาจนเหงื่อท่วมตัวเธอเลยไล่ไปอาบน้ำก่อนจะมารับแขกแต่หลานสาวก็ยังอิดออด

“งั้นแม่น้อมตั้งโต้ะเลยนะ”

“ค่ะคุณมน” นางน้อนเดินกลับเข้าไปในครัวเพื่อเตรียมอาหารกลางวันให้คุณสิรามนกับแขกหนุ่มว่าที่หลานเขยของเธอ

“พ่อคีย์จะไปล้างหน้าล้างตาก่อนมั้ยลูก”

“ก็ดีครับคุณย่ามน”

“งั้นขึ้นไปชั้นสองห้องฝั่งขวามือนะลูก ย่าให้แม่เอ๋ยจัดห้องให้แล้ว” คุณสิรามนบอกหลานชายของเพื่อนอย่างอ่อนโยนและลืมบอกไปว่าห้องที่สองฝั่งขวามือ

“ขอบคุณครับคุณย่า” คีรีภัทรพูดจบก็ขึ้นบันไดไปชั้นสองและมองรอบบ้านไปด้วยพอพ้นบันไดขั้นสุดท้ายเขาก็เลี้ยวไปทางขวามือตามที่คุณย่ามนบอกว่าขวามือห้องแรกร่างสูงก็จับลูกบิดหมุนแล้วเปิดประตูเข้าไปอย่างง่ายดายและมองห้องพักสะอาดสะอ้านลวกๆและได้กลิ่นหอมอ่อนๆสดชื่นแล้วตรงไปห้องน้ำเพื่อล้างหน้า

“ผลั้วะ..”

“เฮ้ยยย!!!..”คีรีภัทรเปิดประตูห้องเข้าไปก็ตกตะลึงเบิกโตยิ่งกว่าไข่ห่านเมื่อเห็นร่างบอบบางเพรียวระหงเปลือยเปล่าขาวสะล้างหน้าอกหน้าใจอวบอิ่มเอวบางสะโพกผายหลับตาแหงนหน้ารับสายน้ำจากฝักบัวที่ไหลรดกายสาวเย้ายวนใจทำเอาร่างกายของเขาแข็งไปทุกสัดส่วน

“ว้ายย!!!..” ลิปการ์ลืมตามองเมื่อได้ยินเสียงประตูห้องน้ำก็เห็นร่างสูงยืนตระหง่านตกประตูห้องน้ำก็ตกใจยืนนิ่งมองเขาตาโตอย่างลืมตัวว่าเธอกำลังเปลือยเปล่าต่อหน้าเขาแต่พอเห็นสายตาของเขาก็มองตาม “ว้ายย.. อะ ออกไปนะ” เสียงหวานตะโกนไล่เขาเสียงดังแต่ความจริงมันเบาหวิวไม่มีน้ำหนักเลยสักนิด

“เอ่อ.. คะ ครับๆ..” คีรีภัทรถึงกับพูดติดอ่างก่อนจะละสายตาจากร่างเพรียวระหงเปลือยเปล่าที่เขาบันทึกไว้ในสมองแล้วหันหลังกลับออกไปจากห้องน้ำและไม่ลืมปิดประตูให้เธออย่างมีมารยาแล้วยกมือขึ้นกุมหน้าอกของตัวเองไว้กลัวหัวใจมันจะเต้นทะลุออกมานอกอกแล้วหลับตาลงเพื่อให้ลืมภาพที่เห็นแต่มันกลับชัดเจนมากกว่าจึงลืมตาขึ้นและมองห้องพักที่สะอาดเรียบร้อยเตียงนอนใหญ่มีผ้าปูที่นอนสีขาวตึงเรียบมีโต้หนังสืออยู่ริมหน้าต่างและตู้เสื้อผ้าสีขาวอยู่มุมห้องและโต้ะเครื่องแป้งอยู่ถัดไปจึงเดินไปที่ประตูห้องแล้วยืนอยู่หน้าห้องด้วยความอึดอัดแล้วถอนหายใจพยายามข่มอารมณ์พุ่งพล่านของตัวเองดีที่เขาใส่กางเกงยีนส์ไม่งั้นได้ขายหน้าแน่

“คุณคีย์คะ” นางน้อมเดินมาก็เห็นร่างสูงยืนอยู่หน้าห้องของหลานสาวเพราะคุณมนบอกห้องผิดจึงให้เธอตามขึ้นมาเพื่อบอกหลานคุณหญิงฉายว่าคุณมนบอกห้องผิดดีที่ชายหนุ่มยังไม่ได้เข้าห้องไป

“คะ ครับคุณยายน้อม” คีรีภัทรยกมือปิดเป้ากางเกงของตัวเองอย่างเนียนๆ

“เมื่อกี้คุณมนเธอบอกห้องผิดค่ะ ห้องคุณคีย์อยู่ถัดไปค่ะ” นางน้อมเดินไปเปิดประตูห้องที่สองถัดจากห้องแรกที่เขาเข้าไปแล้วเจอนางไม้แสนสวยหุ่นนาฬิกาทรายกำลังอาบน้ำและผู้หญิงคนนั้นน่าจะเป็นว่าที่ภรรยาของเขา ก็ไม่เลวเหมือนกัน

“ขอบคุณครับคุณยายน้อม”

“ห้องแรกเป็นห้องยัยเอ๋ยค่ะ ถ้าขาดเหลืออะไรบอกยายนะคะแล้วเรียกยายว่ายายน้อมก็พอค่ะไม่คงต้องคุณหรอจ้ะ” นางน้อมยิ้มให้ว่าที่หลานเขยที่เรียกเธออย่างให้เกียรติ

“เอ่อ ครับยายน้อม..”

“งั้นล้างหน้าแล้วคุณคีย์ลงไปทานข้าวนะคะ” นางน้อมพูดจบ

“ครับยายน้อม” คีรีภัทรยิ้มให้ยายน้อมมองดูจนแกเดินออกไปจากห้องพอประตูห้องปิดลงก็ถอนหายใจเสียงดังก่อนจะไปล้างหน้าล้างตาเพื่อลงไปทานข้าวกลางวันกับคุณย่ามน

“คิดบ้าอะไรวะ” เขาเคยเห็นรูปร่างผู้หญิงเปลือยเปล่ามานับไม่ถ้วนตั้งแต่แตกเนื้อหนุ่มจนอายุสามสิบกว่าแต่จำไม่ได้ว่าใครเป็นยังไงเพราะผู้หญิงก็เหมือนกันหมดแต่เขากลับจำเรือนร่างเปลือยเปล่าของหลานสาวคุณย่ามนได้แม่นยำหากใกล้อีกนิดก็จะเห็นไฝฝ้ากระชัดเจนก่อนจะสะบัดหน้าไปมาแล้วหยิบผ้าขนหนูสีขาวสะอาดผืนเล็กหอมกรุ่นมาเช็ดหน้าแล้วมองกลางกายที่มันสงบลงแล้วก่อนจะลงไปทานข้าวกลางวันกับคุณย่ามน

ฝ่ายลิปการ์ก็ยืนอกสั่นขวัญแขวนมือหนึ่งปิดจุดสงวนอีกมือหนึ่งปิดทรวงอกอวบอิ่มไว้แต่มันไม่ทันแล้วเขาเห็ร่างกายของเธอหมดแล้วเธอจะทำยังไงดี

“งืออๆๆ ทำยังไงดี ทำไงดีล่ะยัยเอ๋ยอีตาบ้านั่นเห็นหมดแล้ว งืออๆๆ..” ใบหน้าสวยหวานยับย่นจะร้องไห้ก็ร้องไม่ออกแล้วเธอจะสู้หน้าเขาได้ยังไงกัน ก่อนจะรีบอาบน้ำพอเสร็จแล้วก็เปิดประตูแง้มทีละนิดแล้วมองรอบห้องเมื่อไม่เห็นเขาก็เดินออกไปเปลี่ยนเสื้อผ้าอย่างรวดเร็วแล้วนั่งเช็ดผมยังไม่พร้อมจะลงไปเจอเขา

คีรีภัทรทานอาหารกลางวันฝีมือของยายน้อมจนอิ่มแล้วก็ย้ายไปนั่งคุยกับย่ายายของว่าที่ภรรยาที่หน้าบ้านแล้วตาพยนต์ก็กลับมาจากส่งผักผลไม้ที่ตลาดก็มาร่วมคุยเรื่องสวนที่อาจะเปลี่ยนจากสวนเป็นรีสอร์ตในสวนแทนและคุณย่ามนก็เห็นด้วยส่วนตายายของว่าที่ภรรยาก็เห็นด้วยกับคุณย่ามน

“ผมขอเข้าไปดูในสวนกับคุณตายนต์ได้มั้ยครับ”

“ได้สิคุณคีย์ เรียกผมว่าตายนต์ก็พอเรียกคุณตามันจักจี้หูยังไงไม่รู้” นายพยนต์พูดกับว่าที่หลานเขยและเขาไม่ยุ่งเรื่องนี้เขาเคารพการตัดสินใจของหลานสาวและคิดว่าคุณมนหวังดีกับหลานสาวจริงๆ

“งั้นผมขอไปหยิบหมวกที่รถก่อนนะครับ” คีรีภัทรบอกตายนต์แล้วขอตัวไปหยิบหมวกเพื่อเข้าสวนเพราะเขามีเวลาแค่สามวันและพรุ่งนี้จะต้องเดินทางไปเชียงใหม่แต่ขึ้นเครื่องบินไปแล้วเช่ารถที่โน่นใช้หากขับรถไปมันจะเสียเวลามากเพราะเขามีเวลาแค่สามวัน

“หลานชายคุณหญิงฉายเป็นยังไงบ้างล่ะนายยนต์ แม่น้อม” คุณสิรามนถามตายายของหลานสาว

“ก็ดีครับคุณมนไม่ถือตัว ผมหวังว่าเขาจะดีกับยัยเอ๋ยของเราบ้างนะครับ” เขาไม่ขออะไรมากก็แค่ดีกับหลานสาวบ้างและถ้าไปกันไม่ได้ก็ขอให้พามาส่งเท่านั้น

“ฉันไว้ใจคุณหญิงฉายนะนายยนต์ แม่น้อม ตาคีย์เป็นคนดีแม้จะมีผู้หญิงรอบตัวก็เพราะหน้าตาฐานะชื่อเสียงชาติตระกูลที่เพียบพร้อมของเขาแต่คุณหญิงฉายยืนยันว่ายังไม่มีแฟนและเขาตกลงแต่งงานกับแม่เอ๋ยแล้วถึงได้มาที่นี่เพื่อช่วยเราว่าจะทำอะไรกับที่ดินผืนนี้ดี"

“ฉันเชื่อคุณมนค่ะ เพราะคุณมนรักและหวังดีกับยัยเอ๋ยส่วนอนาคตจะเป็นยังไงเราต้องปล่อยไปตามพรหมลิขิตนะคะ” นางน้อมได้คุยกับว่าที่หลานเขยแล้วก็พอใจเพราะคีรีภัทรอ่อนน้อมถ่อมตัวและให้เกียรติเธอกับสามี

“ปรี้นนๆๆๆ..”

เสียงแตรรถดังขึ้นรัวๆทำให้คคีรีภัทรที่เดินมาหยิบหมวกแว่นตาและเสื้อแจ็คเก็ตคู่ใจที่ใส่มานานจนสีซีดเขาเอาติดรถมาด้วยจึงเอามาใส่เพื่อเข้าสวนกับตายนต์ก็หันไปมองรถสปอร์ตหรูสีแดงสดจอดอยู่หน้าบ้านเขาก็เลยเดินไปเปิดประตูให้

บทก่อนหน้า
บทถัดไป